Fatheroflove-thailand

หนังสือเล่มเล็ก ๆ

การเดินทางแห่งความเชื่อ

ท่านเคยสัญญากับพระเจ้าไว้ไหมว่าจะเป็นคนดีกว่านี้ แล้วก็ทำไม่ได้อีก

อับราฮัมก็เคยเป็นอย่างนั้น พระเจ้าประทานพระสัญญาแก่ท่าน ท่านลงมือทำให้สำเร็จด้วยมือของตนเอง และได้บ้านที่ร้าวฉานกับความเจ็บปวดไปตลอดชีวิตเป็นผลตอบแทน

นั่นคือพันธสัญญาเก่า ไม่ใช่ยุคสมัยในอดีต แต่เป็นสิ่งที่เกิดในใจเราได้ทุกวัน

หนังสือเล่มเล็กนี้เล่าเรื่องชายที่รอคอยพระสัญญาถึงยี่สิบห้าปี แล้วพบว่าทางออกไม่ได้อยู่ที่การพยายามให้หนักขึ้น แต่อยู่ที่การวางมือลง

“อับราฮัมมีบุตรชายสองคน คนหนึ่งเกิดจากหญิงทาสี อีกคนหนึ่งเกิดจากหญิงที่เป็นไทย บุตรที่เกิดจากหญิงทาสีนั้นก็เกิดตามเนื้อหนัง แต่ส่วนบุตรที่เกิดจากหญิงที่เป็นไทยนั้นเกิดตามพระสัญญา…” (กาลาเทีย 4:22-24)

ขอให้การผจญภัยแห่งความเชื่อของท่านเปี่ยมด้วยพระพร

ความรักดั้งเดิม

ความรักมีสองแบบ และสองแบบนี้ไหลไปคนละทาง

แบบหนึ่งคือ อากาเป้
ความรักที่ไหลจากผู้ให้ไปสู่ผู้ที่ได้รับทุกสิ่งมาจากผู้ให้นั้น

อีกแบบหนึ่งคือ อีรอส
ความรักที่ถูกดึงออกไปหาสิ่งที่ดูน่าครอบครอง แล้วทิ้งความว่างเปล่าไว้เสมอ

หนังสือเล่มนี้ตามรอยความรักทั้งสองแบบ ตั้งแต่สวนแห่งแรก จนถึงชีวิตคู่ของเราในวันนี้

คู่มือสำหรับเด็ก เพื่อเข้าใจพระลักษณะของพระเจ้า

พระลักษณะที่แท้จริงของพระเจ้าเป็นอย่างไร?

พระคัมภีร์หมายความว่าอย่างไร เมื่อพูดถึงความโกรธของพระเจ้า?

พระเจ้าใช้ความรุนแรง และทำให้น้ำท่วมเพื่อทำลายคนนับล้าน เพียงเพราะพวกเขาไม่ทำตามที่พระองค์บอก จริงหรือ?

ความโกรธของพระเจ้าต้องการแก้แค้นและทำร้ายชาวอียิปต์ ด้วยการส่งภัยพิบัติ 10 อย่างมา จริงหรือ?

พระเจ้ารำคาญคนของพระองค์ จนส่งงูพิษมาฆ่าพวกเขา จริงหรือ?

นี่คือความยุติธรรมของพระเจ้าจริง ๆ หรือ?

เมื่อลูกหลานของเราโตขึ้น พวกเขาจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ พวกเขาจะพร้อมไหม? มาช่วยกันเตรียมพวกเขาให้พร้อมเถอะ!

ปริศนาธรรม (Pilgrim's Progress in Thai)

หนังสือเรื่อง “ปริศนาธรรม” เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงยิ่งและเป็ นที่นิยมชมชอบของมหาชนทั่ว โลกมากที่สุดเล่มหน่ึง แม้ว่าจอห์น บันยัน ได้เขียนข้ึนเป็นแนวทาง ในการสั่งสอนคริสเตียน ในยุคของเขา ซ่ึงเป็นเวลาเกือบสามร้อยปี มาแล้วก็ตาม แต่หนังสือเล่มน้ีก็ยังคงคุณค่า และเป็ นประโยชน์แก่ คริสเตียนในปัจจุบันน้ี ไม่ผิดแผกไปจากในสมัยโน้นเลย

ผู้ทำลาย

ใครคือผู้ทำลายลูกหัวปีในอียิปต์

อพยพ 12:23  เพราะพระยาห์เวห์จะเสด็จผ่านไปเพื่อจะประหารคนอียิปต์ เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นเลือดที่วงกบประตูทั้งด้านบนและด้านข้างทั้งสองข้าง พระยาห์เวห์จะทรงผ่านเว้นประตูนั้น และจะไม่ทรงให้ผู้สังหาร [ผู้ทำลาย]เข้าไปในบ้านพวกท่านเพื่อจะประหารท่าน

หากเชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ประหารเสียเอง นั่นหมายความว่า  พระองค์กำลังยับยั้งพระองค์เองหรือ สมเหตุสมผลหรือไม่?

และหากพระคริสต์คือผู้ทำลายในคืนนั้น ย่อมหมายความว่าผู้ที่มี  พระคริสต์สถิตอยู่ภายใน มี "ผู้ทำลาย" พำนักอยู่ในตัวด้วยหรือ?

ลูกา 9:56  เพราะว่าบุตรมนุษย์มิได้มาเพื่อทำลายชีวิตมนุษย์ แต่มาเพื่อช่วยเขาทั้งหลายให้รอด

หนังสือเล่มนี้จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ซาตานคือ "ผู้ทำลาย" และพระเจ้าทรงเป็น "ผู้ยับยั้ง" ไม่ให้มันกระทำกิจการอันชั่วร้ายของมัน

พระปัญญาของพระเจ้า

ผู้ที่มีพระบุตรก็มีชีวิต เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น นั่นก็เพราะในพระบุตรของพระเจ้ามีจิตใจอันบริสุทธิ์ของบุตรผู้เชื่อฟังพระบิดา พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่พอพระทัยพระบิดาเสมอ จึงทรงได้รับพระพรและความรักอันลึกซึ้งจากพระบิดา และหัวใจของพระบุตรก็พักสงบอยู่ในความรักนั้นอย่างสมบูรณ์

พระพิโรธแห่งรักของพระเจ้า

พระคัมภีร์กล่าวอย่างไรเกี่ยวกับพระพิโรธของพระเจ้า?

พระพิโรธของพระองค์เหมือนกับความโกรธของเราหรือไม่? พระเจ้าทรงมีอารมณ์โกรธไหม? พระองค์ทรงกริ้วหรือเปล่า? พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักจะทำลายคนชั่วร้ายด้วยไฟได้อย่างไร?

คำถามเหล่านี้และอีกมากมายได้รับการตอบอย่างถี่ถ้วนในหนังสือเล่มเล็กนี้ ซึ่งนำเสนอภาพอันงดงามของพระบิดาบนสวรรค์ของเรา

พระเยซูเสด็จมาเพื่อสำแดงพระบิดาแก่เรา พระองค์ทรงเป็นพระฉายาที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้า มาร่วมตกหลุมรักพระผู้สร้าง ผู้ไม่เคยรักคนบาปน้อยลงเลย

พระเจ้าทรงพิพากษาอย่างไร

พระเจ้าทรงพิพากษาอย่างไร

เมื่อพระเจ้าทรงหมดความอดทน พระองค์ทรงลงมือทำลายคนบาปด้วยพระองค์เองจริงหรือ?

คริสเตียนส่วนใหญ่เชื่อเช่นนั้น แต่ความพินาศของกรุงเยรูซาเล็มแสดงให้เห็นสิ่งที่ต่างจากที่เชื่อกันอย่างสิ้นเชิง

พระเจ้าทรงเตือน และทรงชี้ทางที่ปลอดภัย

ผู้คนไม่ฟัง และเลือกเดินตามทางของตนเอง

พวกเขาวางตัวเองไว้นอกการปกป้องคุ้มครองของพระองค์

พระเจ้าทรงถอนพระพรและการปกป้องคุ้มครอง

ซาตานจึงลงมือ และนำความพินาศมาสู่พวกเขา

ทุกขั้นตอนคือการที่พระเจ้าทรงถอยห่างออกไปตามที่มนุษย์เลือกเอง ไม่ใช่การที่พระองค์ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นทำร้าย

หลักการ 8 อ. จากธรรมชาติ

NEWSTART 

หลักการ 8 อ. จากธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วว่าเป้นแนวทาง นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี และสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

แซมสันกับหลุมพราง

พระเยซูตรัสว่า “จงรักศัตรูของพวกท่าน” แล้วทำไมพระคัมภีร์เดิมจึงเต็มไปด้วยสงคราม ที่ดูเหมือนพระเจ้าทรงเห็นชอบ

ถ้าพระเจ้าทรงฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้น ทำไมพระองค์ไม่ทรงยึดคานาอันให้อิสราเอลเสียเอง โดยไม่ต้องมีใครจับดาบ

คำตอบอยู่ในคำถามที่พ่อแม่ทุกคนรู้จักดี คือ เมื่อคนที่คุณรักไม่ไว้วางใจคุณ และเลือกทางที่ทำลายตัวเอง คุณจะตัดเขาออกไป หรือจะเดินไปกับเขา

เรื่องของแซมสันแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงเลือกทางใด

แบบแผนแห่งชีวิตของพระเจ้า

เราเห็นแบบแผนของชีวิตอยู่รอบตัวเรา

ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เมล็ดพันธุ์และต้นไม้ พ่อแม่และลูก ทั้งหมดนี้มีเค้าโครงมาจากแบบแผนดั้งเดิมของพระเจ้า

พระบิดา – แหล่งกำเนิด
พระบุตร – ช่องทาง

แต่มีอีกแบบแผนหนึ่งที่มุ่งล้มล้างแบบแผนนี้ มันได้คืบคลานเข้ามาในชีวิตของชายและหญิง และในจิตใจของผู้นำทั้งหลาย ทุกคนต้องเลือกระหว่างแบบแผนแห่งชีวิตกับแบบแผนแห่งความตาย

พระคัมภีร์หนุนใจให้เราเลือกชีวิต

แบบแผนแห่งพระพร

ทำไมพระบิดาทรงสร้างทุกสิ่งโดยทางพระบุตร? ทำไมพระเจ้าจึงทรงมีพระบุตร? และทำไมเราต้องมาถึงพระบิดาโดยทางพระบุตรเท่านั้น?

คำตอบคือหัวใจของความรอด ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนเดียวกัน คือแบบแผนของพระบิดาและพระบุตร เข้าใจความสัมพันธ์นั้น แล้วคุณจะได้กุญแจที่ไขความสัมพันธ์ทุกอย่างในชีวิต

 

“พระคริสต์ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้าผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา…
เพราะว่าโดยพระองค์ทุกสิ่งได้รับการทรงสร้างขึ้น”
โคโลสี 1:15-16

“เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต
ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา”
​ยอห์น 14:6